ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ศูนย์ เครื่องช่วยฟัง และ Hearing Wellness

ให้บริการทุกวัน เวลาทำการ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 8:30 - 16:30 | เสาร์ - อาทิตย์ เวลา 8:00 - 16:30

เลือกเครื่องช่วยฟังให้เหมาะกับคุณ ต้องดูอะไรบ้าง

ผู้หญิงสูงวัยยิ้ม พร้อมข้อความ “เลือกเครื่องช่วยฟังให้เหมาะกับคุณ ต้องดูอะไรบ้าง” และโลโก้ Intimex

ก่อนเลือกเครื่องช่วยฟัง คุณอาจอยากรู้ว่ารุ่นไหนฟังชัด ราคาที่ต่างกันคุ้มค่าหรือไม่ และถ้าซื้อมาแล้วจะใช้ได้สะดวกแค่ไหน คำถามเหล่านี้ควรได้คุยกันก่อนตัดสินใจ โดยเริ่มจากปัญหาการฟังที่คุณพบในแต่ละวัน

บางคนคุยกับสมาชิกในบ้านได้ แต่พอมีหลายคนพูดพร้อมกันกลับตามบทสนทนาไม่ทัน บางคนได้ยินเสียงโทรทัศน์ แต่จับคำพูดได้ไม่ครบ แม้ผลตรวจการได้ยินจะใกล้เคียงกัน สิ่งที่แต่ละคนต้องการความช่วยเหลือก็อาจต่างกันได้

เครื่องช่วยฟังที่เหมาะจึงต้องพิจารณาทั้งผลตรวจ การใช้งาน และการดูแลหลังรับเครื่อง รายละเอียดเล็ก ๆ อย่างการหยิบเครื่องใส่เองได้หรือการกลับมาปรับเสียงเมื่อมีปัญหา ล้วนมีผลต่อการใช้งานในระยะยาว

เริ่มจากเรื่องที่คุณฟังลำบาก

ก่อนมาปรึกษา ลองนึกถึงเหตุการณ์ที่ต้องขอให้คนอื่นพูดซ้ำ หรือช่วงที่รู้สึกว่าฟังแล้วเหนื่อย เลือกมาสักสองสามเรื่องที่อยากให้ดีขึ้นก่อน จะเป็นการคุยกับคู่สมรส รับโทรศัพท์ หรือประชุมกับเพื่อนร่วมงานก็ได้

ยิ่งบอกรายละเอียดได้ชัด ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องช่วยฟังก็ยิ่งเข้าใจว่าควรช่วยเรื่องใด เช่น แทนที่จะบอกว่า “ฟังไม่ชัด” อาจเจาะจงว่า “คุยกันสองคนพอได้ แต่ถ้าเปิดโทรทัศน์ไปด้วยจะฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง” ข้อมูลนี้ใช้ประกอบการเลือกเครื่อง และนำกลับมาทบทวนหลังเริ่มใช้ได้ด้วย

เรื่องที่กังวลก็ควรพูดถึงตั้งแต่ต้น ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ เสียงที่ไม่คุ้นเคย การดูแลเครื่อง หรือค่าใช้จ่าย หากต้องการให้สมาชิกในครอบครัวมาร่วมฟังคำอธิบาย ก็สามารถชวนมาด้วยได้ โดยให้ความต้องการของผู้ใช้เป็นหลักในการตัดสินใจ

ตรวจให้รู้ว่าการได้ยินเป็นอย่างไร ก่อนเลือกรุ่น

การตรวจการได้ยินช่วยให้ทราบว่าคุณได้ยินเสียงแต่ละช่วงความถี่มากน้อยเพียงใด และฟังเสียงพูดได้อย่างไร ผู้ประเมินจะซักประวัติ ตรวจช่องหูและแก้วหู แล้วพิจารณาว่ามีปัญหาที่ควรพบแพทย์เพิ่มเติมหรือไม่ เช่น ขี้หูอุดตันหรือความผิดปกติของหู[1]

อ่านเพิ่มเติม: เตรียมตัวก่อนตรวจการได้ยิน

หากปัญหาหลักอยู่ที่การฟังในสถานที่เสียงดัง อาจพิจารณาทดสอบเสียงพูดร่วมกับเสียงรบกวนตามความเหมาะสม เพราะการฟังได้ในห้องเงียบ อาจยังอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นในร้านอาหารหรือห้องประชุมได้ไม่ครบ คุณควรมีโอกาสดูผลตรวจและรับคำอธิบายว่า ผลนั้นเกี่ยวข้องกับปัญหาที่เล่าไว้อย่างไร

หากการได้ยินลดลงอย่างฉับพลัน ควรพบแพทย์ทันที โดยเฉพาะอาการที่เกิดขึ้นภายในไม่กี่ชั่วโมงหรือไม่เกินสามวัน อย่ารอวันนัดทดลองเครื่องช่วยฟัง เพราะอาการลักษณะนี้ต้องได้รับการประเมินทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน[6]

เลือกเครื่องที่เหมาะกับการฟัง และใช้เองได้สะดวก

เมื่อทราบผลตรวจแล้ว จึงค่อยพิจารณารูปแบบและเทคโนโลยีของเครื่อง คนที่ประชุมหรือพบปะผู้คนบ่อยอาจต้องพิจารณาระบบไมโครโฟนและการจัดการเสียงรบกวน ส่วนคนที่ใช้โทรศัพท์เป็นประจำควรทดลองกับโทรศัพท์ของตัวเอง เพื่อดูทั้งคุณภาพเสียงและวิธีรับสาย

ความสะดวกในการใช้ก็สำคัญ เครื่องขนาดเล็กอาจถูกใจในเรื่องรูปลักษณ์ แต่ควรลองหยิบ สวม และถอดด้วยตัวเองด้วย หากมองเห็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กไม่สะดวก หรือใช้นิ้วมือได้ไม่คล่อง ขนาดเครื่อง ปุ่มควบคุม และวิธีชาร์จหรือเปลี่ยนแบตเตอรี่อาจเป็นเรื่องที่ต้องให้น้ำหนักมากขึ้น[2]

ส่วนราคาควรพิจารณาควบคู่กับประโยชน์ที่จะได้ใช้จริง รุ่นที่มีเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นอาจช่วยในบางสถานการณ์ แต่ราคาที่สูงกว่าเพียงอย่างเดียวยังบอกไม่ได้ว่าเครื่องจะเหมาะกับคุณมากกว่า ควรขอให้ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องช่วยฟังอธิบายว่า คุณสมบัติที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวข้องกับปัญหาการฟังของคุณอย่างไร

ปรับเครื่องแล้ว ต้องตรวจด้วยว่าการได้ยินเสียงจริงในหูเป็นอย่างไร

การตั้งค่าจากผลตรวจเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับเครื่อง แต่ขนาดและรูปร่างช่องหูทำให้เสียงที่แต่ละคนได้รับต่างกันได้ Real Ear Measurement หรือ REM ใช้ท่อวัดขนาดเล็กวางในช่องหูขณะเครื่องทำงาน เพื่อดูว่าระดับเสียงสอดคล้องกับเป้าหมายการปรับจูนของคุณเพียงใด ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องช่วยฟังจึงมีข้อมูลจากหูจริงมาช่วยตรวจสอบการตั้งค่า[3] [4]

หลังวัดแล้ว ยังต้องฟังความเห็นของคุณและติดตามการใช้งานด้วย เช่น เสียงสบายหรือไม่ และบทสนทนาที่เคยลำบากฟังได้ดีขึ้นแค่ไหน REM ช่วยตรวจสอบการปรับเครื่อง แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะฟังชัดทุกสถานการณ์ จึงต้องพิจารณาร่วมกับผลเมื่อใช้จริง[4]

ช่วงเริ่มใช้เครื่อง ควรสังเกตอะไรบ้าง

เมื่อเริ่มใส่เครื่อง เสียงรอบตัวหรือเสียงของคุณเองอาจฟังไม่คุ้น บางคนคุ้นเคยได้เร็ว ขณะที่บางคนต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน ร่วมกับการฝึกใช้และปรับเครื่องเพิ่มเติม จึงไม่มีจำนวนวันที่ใช้บอกได้เหมือนกันทุกคนว่าจะชินเมื่อไร[5]

ลองจดว่าตอนไหนฟังได้สะดวกขึ้น และตอนไหนยังติดขัด พร้อมรายละเอียดสั้น ๆ ว่าคุยกับใคร อยู่ห่างกันแค่ไหน หรือมีเสียงอะไรรบกวน ตัวอย่างอย่าง “คุยที่บ้านดีขึ้น แต่ยังตามไม่ทันเวลาหลายคนพูดพร้อมกัน” ช่วยให้การนัดครั้งต่อไปมีเรื่องที่นำมาประเมินต่อได้ชัดเจน

หากเจ็บหูหรือเสียงดังจนไม่สบาย ควรติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องช่วยฟังโดยไม่ต้องฝืนรอให้ชิน ส่วนการนัดติดตาม ควรกำหนดกันไว้ตั้งแต่รับเครื่อง เพื่อทบทวนทั้งเสียง การสวมใส่ และการใช้งาน คุณควรทราบด้วยว่าระหว่างรอนัด หากพบปัญหาจะติดต่อใครได้[7]

คุยเรื่องราคาและการดูแลให้ครบก่อนตัดสินใจ

เมื่อได้เครื่องที่น่าสนใจแล้ว ควรสอบถามว่าราคาเป็นต่อข้างหรือต่อคู่ และรวมบริการอะไรบ้าง ทั้งการปรับจูน นัดติดตาม การรับประกัน และการซ่อม ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับแบตเตอรี่ วัสดุสิ้นเปลือง หรืออุปกรณ์เสริมก็ควรสอบถามให้ชัดเจน เพื่อให้วางแผนได้ตั้งแต่ต้น

คุณสามารถแจ้งงบประมาณที่สะดวกได้ตรง ๆ แล้วขอให้ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องช่วยฟังอธิบายทางเลือก รวมถึงข้อจำกัดของแต่ละทางเลือกก่อนตัดสินใจ

การดูแลกับ Intimex หลังรับเครื่อง

ที่ Intimex ผลตรวจการได้ยินและรายละเอียดการใช้ชีวิตจะถูกนำมาประกอบการเลือกและปรับเครื่องช่วยฟัง ตามแนวทาง Intimex Framework of Care ซึ่งครอบคลุมการประเมิน ความต้องการของผู้ใช้ และการดูแลหลังรับเครื่อง คุณสามารถสอบถามแผนการติดตามและบริการที่เกี่ยวข้องกับเครื่องที่กำลังพิจารณาได้ก่อนตัดสินใจ

Intimex มี Hearing Longevity Program โปรแกรมดูแลสุขภาพการได้ยินระยะ 12 เดือน ครอบคลุมการตรวจติดตาม การปรับตั้งค่าเครื่องตามการเปลี่ยนแปลงของการได้ยิน และคำแนะนำในการดูแลเครื่อง ระยะเวลาโปรแกรมเป็นช่วงของการดูแลต่อเนื่อง ส่วนการปรับตัวและนัดหมายจะพิจารณาตามความต้องการของผู้ใช้แต่ละคน โดยสอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขกับผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องช่วยฟังได้โดยตรง

คำถามที่พบบ่อย

เครื่องช่วยฟังราคาแพงกว่า จะฟังได้ดีกว่าเสมอไหม?

ราคาเพียงอย่างเดียวบอกไม่ได้ว่าเครื่องจะเหมาะกับคุณแค่ไหน ควรดูว่าคุณสมบัติที่เพิ่มขึ้นช่วยสถานการณ์ที่คุณพบจริงหรือไม่ และเปรียบเทียบบริการที่รวมอยู่ด้วย

หูตึงทั้งสองข้าง ควรใส่เครื่องช่วยฟังสองข้างไหม?

หากมีปัญหาการได้ยินทั้งสองข้าง และผลประเมินพบว่าเครื่องช่วยฟังน่าจะช่วยให้ฟังได้ดีขึ้นทั้งสองหู แนวทาง NICE แนะนำให้เสนอเครื่องช่วยฟังสองข้าง เพราะอาจช่วยให้ฟังคำพูดในที่มีเสียงรบกวนและแยกทิศทางที่มาของเสียงได้ดีขึ้น ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องช่วยฟังจะอธิบายความเหมาะสมจากผลประเมินของคุณก่อนตัดสินใจ[7]

ใส่เครื่องช่วยฟังแล้ว จะได้ยินเหมือนเดิมไหม?

เครื่องช่วยฟังช่วยให้เข้าถึงเสียงและฟังได้ดีขึ้น แต่ไม่ทำให้การได้ยินกลับมาเป็นปกติทั้งหมด การฟังในที่มีเสียงรบกวนอาจยังยาก และบางสถานการณ์อาจต้องใช้อุปกรณ์เสริมหรือวิธีสื่อสารร่วมด้วย[5]

เคยลองเครื่องช่วยฟังแล้วไม่ชอบ ควรทำอย่างไร?

ลองบอกให้ชัดว่าไม่ชอบหรือใช้งานลำบากตรงไหน เช่น เสียงดังเกินไป เสียงตัวเองก้อง ใส่ไม่สบาย หรือยังฟังคำพูดไม่เข้าใจ ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องช่วยฟังจะได้ประเมินทั้งตัวเครื่อง การตั้งค่า และการสวมใส่ เพื่อพิจารณาว่าควรปรับหรือเปลี่ยนแนวทางอย่างไร

นำเรื่องที่ฟังลำบากมาคุยกัน

หากกำลังพิจารณาเครื่องช่วยฟัง ลองจดสถานการณ์ที่อยากฟังได้สะดวกขึ้น แล้วนำมาคุยกับทีม Intimex พร้อมผลตรวจเดิมหากมี ทีมจะใช้ข้อมูลร่วมกับการประเมินการได้ยิน เพื่ออธิบายทางเลือก การดูแล และค่าใช้จ่ายที่ควรทราบก่อนตัดสินใจ

นัดปรึกษาและประเมินการได้ยินกับ Intimex

ติดต่อนัดหมายทาง LINE ID: @intimex หรือโทร 092-254-3030, 02-279-3030

เอกสารอ้างอิงทางคลินิก

1. American Speech-Language-Hearing Association (ASHA). Hearing Aids for Adults. ↩

2. National Institute on Deafness and Other Communication Disorders (NIDCD). Hearing Aids. ↩

3. British Society of Audiology (BSA). Guidance on the verification of hearing devices using probe microphone measurements. 2018. ↩

4. Almufarrij I, Dillon H, Munro KJ. Does Probe-Tube Verification of Real-Ear Hearing Aid Amplification Characteristics Improve Outcomes in Adults? A Systematic Review and Meta-Analysis. Trends in Hearing. 2021;25. DOI: 10.1177/2331216521999563. · อ่านฉบับเต็มใน PMC ↩

5. U.S. Food and Drug Administration (FDA). Hearing Aid Benefits and Limitations. ↩

6. NIDCD. Sudden Sensorineural Hearing Loss (SSHL). ↩

7. National Institute for Health and Care Excellence (NICE). Hearing loss in adults: assessment and management. NG98. Recommendations 1.6.2 and 1.7.1–1.7.2. ↩