https://analytics.google.com/analytics/web/?authuser=2#/a29744284p281425186/admin/streams/table/2727640087

Intimex ศูนย์ เครื่องช่วยฟัง หูหนวก หูตึง

ให้บริการทุกวัน เวลาทำการ : จันทร์ – ศุกร์ เวลา 8:30 – 16:30 | เสาร์ – อาทิตย์ เวลา 8:00 – 16:30

เงียบเกินไป อันตรายของรถยนต์ไฟฟ้าต่อผู้มีปัญหาการได้ยิน

[seed_social]
      รถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicles – EVs) ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย ได้รับการยอมรับว่าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเสียงรบกวน อย่างไรก็ตาม เสียงที่ “เงียบ” นี้ กลายเป็นปัญหาสำหรับผู้ที่มีปัญหาทางการได้ยิน
      จากการศึกษาในปี 2560 โดยกระทรวงคมนาคมสหรัฐฯ พบว่ารถยนต์ไฟฟ้าก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อผู้ที่เดินบนถนนสูงกว่ารถที่ใช้น้ำมันเบนซินและดีเซลถึง 20% โดยความเสี่ยงนี้เพิ่มสูงขึ้นเป็น 50% ในระหว่างการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วต่ำ เช่น การเลี้ยว การถอยหลัง การเข้าสู่การจราจร และการหยุดรถ รถไฟฟ้าแทบไม่มีเสียงเครื่องยนต์เลย โดยเฉพาะเมื่อวิ่งด้วยความเร็วต่ำกว่า 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นนี้มีสาเหตุหลักมาจากการทำงานที่เงียบกว่าของรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งทำให้ผู้ที่เดินบนถนนตรวจจับการเคลื่อนที่ของรถได้ยากขึ้น
      การศึกษาล่าสุดได้ยืนยันผลการค้นพบว่ารถยนต์ไฟฟ้า ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อผู้ที่เดินบนถนนสูงกว่ารถที่ใช้น้ำมันเบนซินและดีเซล งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Epidemiology and Community Health พบว่าผู้ที่เดินบนถนนมีโอกาสถูกรถยนต์ไฟฟ้าชนสูงกว่าถึง 2 เท่า โดยความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่าในพื้นที่เขตเมือง ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นนี้เกิดจากการทำงานที่เงียบกว่าของยานยนต์เหล่านี้ ทำให้ผู้ที่เดินบนถนนตรวจจับเสียงได้ยากในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงรบกวน
      จากการทำงานที่แทบไร้เสียงของรถยนต์ไฟฟ้ากลายเป็นอันตราย ที่สำคัญสำหรับผู้ที่มีปัญหาทางการได้ยินที่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากไม่สามารถได้ยินเสียงรถยนต์ไฟฟ้าได้จนกว่ารถจะเข้ามาอยู่ในระยะใกล้มาก ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

ยุคของรถยนต์ไฟฟ้าและความท้าทายด้านความปลอดภัย

สถานการณ์รถยนต์ที่เงียบเกินไปอันตรายต่อผู้มีปัญหาการได้ยิน
      รถยนต์ไฟฟ้าลดการปล่อยมลพิษที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงประสบการณ์การขับขี่ที่ราบรื่นและเงียบสงบ ทำให้รถยนต์ไฟฟ้ากลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ขับขี่จำนวนมาก คุณสมบัติที่โดดเด่นของรถยนต์ไฟฟ้าคือความเงียบในการทำงาน ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้มอเตอร์ไฟฟ้าแทนเครื่องยนต์สันดาปภายใน มอเตอร์ไฟฟ้าทำงานโดยอาศัยหลักการของแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งแตกต่างจากกระบวนการทางความร้อนของเครื่องยนต์สันดาปภายในที่ไม่ก่อให้เกิดการปล่อยเสียงดัง รถยนต์ไฟฟ้ามีชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวน้อยกว่าเครื่องยนต์สันดาปภายในอย่างมาก ทำให้เกิดเสียงรบกวนน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด
      เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้ามีเสียงเครื่องยนต์ที่เบากว่ารถยนต์ทั่วไปอย่างมาก ความเงียบนี้เองที่ก่อให้เกิดความท้าทายด้านความปลอดภัย ทำให้ผู้เดินถนนอาจไม่ได้ยินเสียงการมาของรถ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มผู้ที่มีปัญหาทางการได้ยินซึ่งพึ่งพาเสียงเป็นสัญญาณสำคัญในการรับรู้ถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นบนท้องถนน เสียงของเครื่องยนต์ที่กำลังเข้ามาใกล้เป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญสำหรับคนเดินเท้า นักปั่นจักรยาน และผู้ใช้ถนนอื่นๆ การที่รถยนต์ไฟฟ้าทำงานเงียบเชียบจึงอาจทำให้ผู้ที่มีปัญหาทางการได้ยินไม่สามารถรับรู้ถึงการเข้าใกล้ของรถได้ทันท่วงที ซึ่งนำไปสู่ความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุที่เพิ่มสูงขึ้น

ทำไมรถยนต์ไฟฟ้าถึงอันตรายสำหรับผู้มีความบกพร่องทางการได้ยิน?

      เสียงของเครื่องยนต์ในรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงช่วยเตือนให้ผู้คนรอบข้างรู้ตัวถึงการเคลื่อนที่ของรถทำให้คนเดินถนนระมัดระวัง ในขณะที่รถยนต์ไฟฟ้าทำงานเงียบมาก โดยเฉพาะเมื่อขับเคลื่อนด้วยความเร็วต่ำ (ต่ำกว่า 20 กม./ชม.) สำหรับคนทั่วไป ความเงียบของรถยนต์ไฟฟ้าอาจเป็นข้อดี แต่สำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน เสียงที่เบามากนี้กลับกลายเป็นอันตราย เพราะพวกเขาไม่สามารถรับรู้ถึงการเคลื่อนที่ของรถได้ทันเวลา ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการจราจรคับคั่ง
ทำไมรถยนต์ไฟฟ้าถึงอันตรายสำหรับผู้มีความบกพร่องทางการได้ยิน

      ความท้าทายในการได้ยินเสียงเคลื่อนที่ของรถยนต์ไฟฟ้าจะยิ่งมากขึ้นในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง เสียงรบกวนจากสภาพแวดล้อมในเมือง เช่น เสียงการจราจรอื่นๆ เสียงก่อสร้าง หรือเสียงผู้คน อาจบดบังเสียงฮัมเบาๆ ของรถยนต์ไฟฟ้า ทำให้ผู้ที่มีปัญหาทางการได้ยินไม่สามารถรับรู้ถึงการเข้าใกล้ของรถได้ทันเวลา ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุเพิ่มมากขึ้น

เงียบเกินไป อันตรายของรถยนต์ไฟฟ้าต่อผู้มีปัญหาการได้ยินรถไม่เห็น

      จากการศึกษาของ National Highway Traffic Safety Administration (NHTSA) ในสหรัฐอเมริกา พบว่ารถยนต์ไฟฟ้ามีโอกาสก่อให้เกิดอุบัติเหตุกับคนเดินถนนมากกว่ารถยนต์ทั่วไปถึง 40% โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุและผู้มีความบกพร่องทางการได้ยิน[1][5][7]
      การศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่าความเงียบของรถยนต์ไฟฟ้าเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อคนเดินถนน โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชนเมืองที่มีเสียงรบกวนสูง[1][7] นอกจากนี้ NHTSA ยังรายงานว่ารถยนต์ไฟฟ้ามีแนวโน้มที่จะชนคนเดินถนนมากกว่ารถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในถึง 37% และชนจักรยานมากขึ้น 57%[5] การศึกษาอื่น ๆ ในสหราชอาณาจักรก็ยืนยันถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นนี้ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีคนเดินถนนหนาแน่น[1][2]

สถานการณ์รถยนต์ที่เงียบเกินไปอันตรายต่อผู้มีปัญหาการได้ยิน1

ผลกระทบของรถยนต์ไฟฟ้าต่อผู้มีปัญหาการได้ยิน

ผลกระทบของรถยนต์ไฟฟ้าต่อผู้มีปัญหาการได้ยิน

      ระดับเสียงของรถยนต์ไฟฟ้าแตกต่างจากรถยนต์ที่ใช้น้ำมันอย่างชัดเจน ในขณะที่รถยนต์ที่ใช้น้ำมันมีเสียงเครื่องยนต์ที่ดังจากการเผาไหม้ รถยนต์ไฟฟ้ากลับมีเพียงเสียงฮัมเบาๆ จากมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งในบางครั้งอาจไม่ได้ยินเลย โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง

      ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากความเงียบของรถยนต์ไฟฟ้าส่งผลกระทบต่อผู้ที่มีปัญหาทางการได้ยิน เด็ก และผู้สูงอายุเป็นพิเศษ กลุ่มเหล่านี้มักจะพึ่งพาเสียงในการรับรู้ถึงยานพาหนะที่กำลังเข้ามาใกล้เพื่อความปลอดภัยในการสัญจร ผู้ที่มีปัญหาการได้ยินใช้เสียงเป็นข้อมูลสำคัญในการนำทางและเดินทางอย่างปลอดภัย เด็กและผู้สูงอายุมักจะมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อเสียงที่ช้ากว่า ทำให้พวกเขาเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุมากขึ้นเมื่อไม่สามารถได้ยินเสียงรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเข้าใกล้
      การไม่ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยของเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมัน อาจส่งผลกระทบทางจิตวิทยาต่อผู้ที่มีปัญหาทางการได้ยินได้ ผู้ที่เคยชินกับการพึ่งพาเสียงของรถยนต์ในการประเมินความปลอดภัยขณะข้ามถนน อาจรู้สึกกังวลและไม่มั่นใจเมื่อต้องเผชิญกับรถยนต์ไฟฟ้าที่เงียบสงบ ซึ่งอาจนำไปสู่ความสับสนและอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

คำแนะนำสำหรับผู้มีปัญหาทางการได้ยิน

สำหรับผู้ที่มีปัญหาทางการได้ยิน:

  1. ให้ความสำคัญกับการสังเกตสภาพแวดล้อมรอบข้างมากขึ้น สังเกตสัญญาณไฟจราจร และ   ป้ายเตือนต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ
  2. ใช้เครื่องช่วยฟังคุณภาพดี เครื่องช่วยฟังคุณภาพดีช่วยให้คุณรับรู้เสียงรอบข้างได้ดีขึ้น รับรู้ถึง เสียงที่บ่งบอกถึงอันตรายได้ดีขึ้น
  3. ระมัดระวังเป็นพิเศษในบริเวณที่รถยนต์ไฟฟ้าอาจสัญจร เช่น ที่จอดรถ ทางข้ามถนน และเขต  ชุมชน อุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ไฟฟ้ามักเกิดขึ้นในบริเวณเหล่านี้ เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้ามีความเงียบมากในขณะที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วต่ำ
  4. รอและสังเกตให้แน่ใจว่าไม่มีรถยนต์กำลังเข้ามาใกล้ จึงข้ามถนน
  5. หลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ขณะเดินถนน เพื่อเพิ่มความระมัดระวังและลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ
  6. หลีกเลี่ยงการใส่หูฟังเพลงในที่สาธารณะ
เครื่องช่วยฟังแบบไหนที่เหมาะกับชีวิตในเมืองใหญ่5

สำหรับผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้า:

  1. ผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าควรตระหนักว่ารถของตนเองมีความเงียบมากกว่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่ขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ
  2. ให้ความสำคัญกับคนเดินเท้าและผู้ใช้ถนนที่เปราะบาง เช่น ผู้ที่มีปัญหาทางการได้ยิน เด็ก และผู้สูงอายุ ควรเว้นระยะห่างจากคนเดินเท้าให้มากขึ้น และขับขี่ด้วยความเร็วที่เหมาะสม โดยเฉพาะในเขตชุมชนและบริเวณที่มีคนเดินเท้าสัญจร
  3. ระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อถอยหลังหรือขับขี่ในบริเวณที่จอดรถ เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีความเสี่ยงสูงที่รถยนต์ไฟฟ้าจะชนกับคนเดินเท้าที่ไม่สามารถได้ยินเสียงรถได้
  4. หลีกเลี่ยงการเร่งความเร็วอย่างรวดเร็วในบริเวณที่มีคนเดินเท้า เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้ามีอัตราเร่งที่สูง ซึ่งอาจทำให้คนเดินเท้าไม่ทันระวัง
สถานการณ์รถยนต์ที่เงียบเกินไปอันตรายต่อผู้มีปัญหาการได้ยิน5
เครื่องช่วยฟัง intimex
กรอกแบบฟอร์ม

ติดต่อ ผ่านระบบ Social และ โทรศัพท์

คำอื่นๆ