อยู่บ้านคุยรู้เรื่อง แต่ฟังไม่ชัดในร้านอาหาร? ลองปรับ 5 อย่างนี้

“เมื่อกี้ลูกพูดว่าอะไรนะ?”
ถามไปครั้งหนึ่งแล้ว แต่ก็ยังฟังไม่ชัด พอเห็นลูกหลานคุยกันต่อ จึงไม่ได้ถามอีก ทั้งที่ยังอยากรู้ว่าเรื่องที่ทุกคนกำลังหัวเราะกันอยู่นั้นคืออะไร
บางคนเจอเหตุการณ์แบบนี้เฉพาะเวลาไปร้านอาหาร อยู่บ้านคุยกันได้ตามปกติ แต่พอมีเสียงเพลง เสียงจานชาม และเสียงจากโต๊ะข้าง ๆ ก็เริ่มจับคำพูดไม่ครบ
หากคุณกำลังเจอปัญหานี้ มีหลายอย่างที่ปรับได้ ตั้งแต่การเลือกโต๊ะไปจนถึงวิธีคุยกัน คนร่วมโต๊ะก็ช่วยให้การสนทนาง่ายขึ้นได้เช่นกัน
ทำไมได้ยินเสียง แต่ฟังไม่ออกว่าเขาพูดอะไร?
เสียงพูดที่ดังพอให้ได้ยิน อาจยังไม่ชัดพอให้เข้าใจทุกคำ โดยเฉพาะเมื่อมีเสียงอื่นแทรกอยู่ตลอดเวลา
ในร้านอาหาร คุณอาจได้ยินว่าลูกกำลังพูด แต่พลาดชื่อคนหรือคำสำคัญบางคำจนตามเรื่องไม่ทัน หากผู้ร่วมโต๊ะพูดแทรกกัน หรือเปลี่ยนหัวข้อเร็ว ก็ยิ่งจะต่อเรื่องได้ยาก แสงสลัวจนมองหน้าคู่สนทนาไม่ชัด และความเหนื่อยในวันนั้น อาจทำให้การสนทนายากขึ้นด้วย [1]
อาการนี้ยังอาจสรุปไม่ได้ว่าสาเหตุเกิดจากการสูญเสียการได้ยินหรือไม่ เพราะทั้งผู้ที่มีและไม่มีภาวะสูญเสียการได้ยินอาจฟังลำบากในที่เสียงดังได้ อย่างไรก็ตาม การคุยกันรู้เรื่องในที่เงียบไม่ได้ยืนยันว่าการได้ยินปกติ หากเกิดปัญหานี้บ่อยหรือเริ่มกระทบการใช้ชีวิต เบื้องต้นแนะนำให้เริ่มจากการตรวจการได้ยิน [1], [6], [7]
1. เลือกร้านอาหารช่วงคนน้อย และขอโต๊ะห่างจากเสียงดัง
ถ้าตั้งใจไปกินข้าวพร้อมนั่งคุยกันนาน ๆ ก่อนจองให้ถามพนักงานสักนิดว่าช่วงไหนคนไม่แน่น และมีโต๊ะห่างจากลำโพง ครัว หรือจุดเก็บจานหรือไม่ การหลีกเลี่ยงช่วงคนเยอะ ช่วยลดเสียงที่รบกวนบทสนทนาได้ [1]
เวลาขอโต๊ะ บอกได้ตรง ๆ ว่า
“ฟังไม่ค่อยชัดเวลาเสียงดังค่ะ ขอเป็นโต๊ะเงียบ ๆ ห่างจากลำโพงได้ไหมคะ”
เมื่อไปถึง หากโต๊ะนั้นเสียงดังเกินไป ขอให้พนักงานช่วยหาที่นั่งที่คุยสะดวกขึ้นได้ การขอเปลี่ยนก่อนสั่งอาหาร มักจัดการได้ง่ายกว่ารอให้อาหารมาเต็มโต๊ะแล้ว
2. ขยับมานั่งใกล้กัน ให้เห็นหน้าคนพูด
โต๊ะใหญ่เหมาะกับการวางอาหารหลายจาน แต่อาจทำให้คู่สนทนาที่อยากคุยด้วยอยู่ไกลเกินไป
ถ้าคุณตาอยากฟังหลานเล่าเรื่องโรงเรียน ชวนหลานมานั่งใกล้กันตั้งแต่แรก จะได้ไม่ต้องคุยข้ามโต๊ะ เลือกตำแหน่งที่มีแสงพอและไม่มีแจกันหรือของบนโต๊ะบังใบหน้า การเห็นสีหน้าและการขยับริมฝีปากช่วยเสริมความเข้าใจคำพูดได้ [2], [4]
สำหรับผู้ที่ใช้เครื่องช่วยฟังที่ตั้งไมโครโฟนเน้นรับเสียงจากด้านหน้า การหันไปทางคู่สนทนาที่กำลังพูด อาจช่วยให้ฟังได้ดีขึ้น แต่ผลขึ้นอยู่กับเครื่องช่วยฟัง โปรแกรมที่ใช้ และเสียงรอบตัว หากไม่แน่ใจ ให้ถามผู้เชี่ยวชาญที่ดูแลเครื่องว่าควรจัดที่นั่งอย่างไรให้เหมาะกับการใช้งานของคุณ [5], [6]
3. คุยทีละคน และหันหน้ามาหากัน
มื้ออาหารที่อยู่กันพร้อมหน้า หลายคนอาจอยากเล่า อยากถาม จนพูดซ้อนกันโดยไม่ทันสังเกตว่าคุณยายอาจตามการสนทนาไม่ทัน แนะนำให้บอกสมาชิกในครอบครัวว่า
“เดี๋ยวนะ ขอให้พูดทีละคน ถ้าพูดพร้อมกันยายฟังไม่ทัน”
ผู้ร่วมโต๊ะช่วยได้ด้วยการเรียกให้ผู้ฟังรู้ตัวก่อน หันหน้ามาคุย และพูดชัดในจังหวะธรรมชาติ หากยังไม่เข้าใจ ให้เปลี่ยนคำหรืออธิบายใหม่ การตะโกนประโยคเดิมซ้ำ ๆ อาจทำให้ฟังไม่สบายและเข้าใจยากกว่าเดิม [2], [3]
เมื่อเปลี่ยนเรื่อง บอกสั้น ๆ ก็ช่วยให้กลับมาตามบทสนทนาได้ เช่น “คุณแม่คะ เมื่อกี้เราคุยกันว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดีวันเสาร์นี้” สมาชิกในครอบครัวสามารถช่วยทำสิ่งเหล่านี้ได้โดยไม่ต้องรอให้ผู้ฟังขอทุกครั้ง
หากเริ่มเหนื่อย เว้นช่วงคุยสักครู่ได้ ผู้มีภาวะสูญเสียการได้ยิน อาจต้องใช้ความพยายามในการฟังมาก จึงควรมีช่วงพักระหว่างการสนทนา [2]
4. ขอให้ทวนเฉพาะคำที่ฟังไม่ทัน
เมื่อได้ยินเพียงบางส่วน บอกให้คนพูดรู้ว่าส่วนไหนที่ได้ยินแล้ว และส่วนไหนที่ยังไม่ชัด เขาจะได้ไม่ต้องเล่าใหม่ตั้งแต่ต้น [1]
เช่น หากได้ยินเรื่องวันนัด แต่ไม่ทันชื่อร้าน อาจพูดว่า
“วันเสาร์ใช่ไหม แล้วร้านอะไรนะ ยายฟังชื่อร้านไม่ทัน”
ถ้าไม่แน่ใจเวลา ให้ทวนกลับไปว่า “นัดสิบเอ็ดโมง ถูกไหม” หรือหากฟังแล้วไม่เข้าใจความหมาย ขอให้เขาอธิบายอีกแบบได้ ส่วนข้อมูลที่ต้องจำให้ถูก เช่น ที่อยู่หรือรายละเอียดนัดหมาย ขอให้พิมพ์ส่งทาง LINE ไว้ด้วย จะได้กลับมาเปิดดูภายหลัง [1], [3]
5. ใส่เครื่องช่วยฟังแล้วแต่ยังไม่ชัด ให้นำปัญหากลับไปปรึกษา
“เสียงดังขึ้นทุกอย่าง แต่ก็ยังฟังคู่สนทนาพูดไม่รู้เรื่อง”
ถ้าเป็นแบบนี้ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องช่วยฟังตรวจการทำงานของเครื่องและทบทวนการตั้งค่าเสียง เครื่องช่วยฟังช่วยให้เข้าถึงเสียงและเข้าใจคำพูดได้ดีขึ้นสำหรับผู้ใช้ แต่ไม่ได้ทำให้การได้ยินกลับเป็นปกติ และยังมีข้อจำกัดเมื่อเสียงรบกวนมาก [5]
การดูแลจึงอาจต้องใช้หลายวิธีร่วมกัน ทั้งการปรับเครื่องให้เหมาะสม การฝึกใช้โปรแกรมที่มี การปรับวิธีสื่อสาร และการพิจารณาอุปกรณ์เสริมหรือการฟื้นฟูการได้ยินตามความจำเป็น [6]
เวลาไปพบผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องช่วยฟัง เล่าให้ละเอียดมากกว่าคำว่า “ฟังไม่ชัด” เช่น
“อยู่บ้านฟังลูกพูดได้ แต่ที่ร้านอาหารได้ยินทั้งเพลงทั้งเสียงคน จับคำของคนตรงหน้าไม่ค่อยได้”
ถามได้ว่าเครื่องมีโปรแกรมสำหรับสถานการณ์แบบนี้หรือไม่ ขอให้ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องช่วยฟังสาธิตและช่วยเลือกวิธีใช้ที่สะดวกกับคุณ หากเคยลองเปลี่ยนโปรแกรมแล้ว ให้เล่าด้วยว่าอะไรดีขึ้นหรือยังติดขัดตรงไหน
บางคนอาจเหมาะกับไมโครโฟนเสริม ซึ่งรับเสียงใกล้ผู้พูดแล้วส่งไปยังเครื่องช่วยฟัง ก่อนเลือกใช้ ควรตรวจว่าอุปกรณ์รองรับเครื่องช่วยฟังของคุณหรือไม่ และทดลองกับรูปแบบการสนทนาที่ต้องการใช้งานจริง [3], [6]
เมื่อไรควรนัดตรวจการได้ยิน?
หากฟังลำบากบ่อย ต้องถามซ้ำจนเหนื่อย หรือเริ่มเลี่ยงนัดพบคนอื่นเพราะกังวลว่าจะคุยไม่รู้เรื่อง ควรนัดตรวจการได้ยิน ไม่ต้องรอจนมีปัญหาเวลาคุยกันที่บ้านด้วย [4]
คุณสามารถนัดตรวจการได้ยินได้โดยไม่ต้องรอให้ลองครบทั้ง 5 ข้อ วิธีข้างต้นใช้ช่วยให้การสื่อสารสะดวกขึ้น แต่ไม่ได้ใช้แทนการตรวจหาสาเหตุ
ก่อนนัด จดเหตุการณ์ที่จำได้สักครั้งว่าอยู่ที่ไหน คุยกับใคร ฟังพลาดช่วงใด และเคยทำอะไรแล้วช่วยให้ดีขึ้น ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องช่วยฟังเข้าใจปัญหาในชีวิตประจำวัน และพิจารณาว่าควรตรวจด้านใดเพิ่มเติม เช่น การเข้าใจคำพูดเมื่อมีเสียงรบกวน [6]
แม้เคยตรวจการได้ยินแล้วได้ผลปกติ แต่ยังฟังคำพูดในเสียงรบกวนยาก ก็ควรเล่าให้ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องช่วยฟังทราบ เพราะผลตรวจระดับการได้ยินเพียงอย่างเดียวอาจอธิบายปัญหาการฟังได้ไม่ครบถ้วน [7]
คำถามที่หลายคนสงสัย เมื่อฟังไม่ชัดในร้านอาหาร
อยู่บ้านก็คุยรู้เรื่อง แบบนี้แปลว่าหูยังปกติใช่ไหม?
ยังยืนยันไม่ได้ว่าการได้ยินปกติ เพราะการคุยในที่เงียบกับการฟังท่ามกลางเสียงรบกวนมีความยากต่างกัน เสียงเพลงและเสียงคนรอบโต๊ะอาจทำให้ปัญหาการฟังถูกสังเกตได้ชัดเจนขึ้น หากเกิดบ่อย ต้องถามซ้ำ หรือเริ่มเลี่ยงการพบปะ ควรนัดตรวจการได้ยินโดยไม่ต้องรอให้ฟังลำบากที่บ้านด้วย [6]
เพิ่งตรวจการได้ยินแล้วผลปกติ ทำไมยังฟังในร้านอาหารไม่รู้เรื่อง?
ผลตรวจระดับการได้ยินปกติ อาจยังอธิบายความสามารถในการฟังคำพูดท่ามกลางเสียงรบกวนได้ไม่ครบ การตรวจว่าได้ยินเสียงเบาแค่ไหนกับการตรวจว่าเข้าใจคำพูดได้เพียงใดให้ข้อมูลต่างกัน ให้นำผลตรวจเดิมพร้อมตัวอย่างเหตุการณ์ที่ฟังยากไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการได้ยิน เพื่อพิจารณาว่าควรตรวจเพิ่มเติมด้านใด เช่น การฟังคำพูดในเสียงรบกวน [6], [7]
ใส่เครื่องช่วยฟังแล้วแต่ยังฟังไม่ชัด ต้องเปลี่ยนเครื่องหรือเปล่า?
ยังไม่จำเป็นต้องสรุปว่าต้องเปลี่ยนเครื่อง ควรตรวจการทำงานและความเหมาะสมของการตั้งค่าก่อน เพราะเครื่องช่วยฟังยังมีข้อจำกัดในที่เสียงดัง และปัญหาอาจต้องแก้ร่วมกับวิธีใช้หรือวิธีสื่อสาร เล่าให้ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องช่วยฟังทราบว่าฟังยากตอนไหน และขอทดลองแนวทางปรับกับเครื่องเดิมก่อนพิจารณาทางเลือกอื่น [5], [6]
ถ้าเร่งเสียงเครื่องช่วยฟังอีกหน่อย จะฟังชัดขึ้นไหม?
อาจช่วยได้ถ้าเสียงพูดเบาเกินไป แต่ไม่ได้ช่วยทุกกรณี เพราะเสียงรบกวนอาจดังขึ้นด้วย หากเพิ่มเสียงแล้วรู้สึกดังหรืออึดอัดแต่ยังจับคำไม่ได้ ไม่ควรฝืนเพิ่มต่อ ให้ปรับกลับสู่ระดับที่สบายและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องช่วยฟังเรื่องการตั้งค่าหรือโปรแกรมที่เหมาะกับสถานการณ์นั้น [5]
ลูกหลานพูดดังแล้วก็ยังฟังไม่ทัน ควรขอให้เขาช่วยอย่างไร?
ขอให้หันหน้ามาคุย พูดทีละคน และพูดชัดในจังหวะธรรมชาติ แทนการตะโกน หากยังไม่เข้าใจ ให้เปลี่ยนคำอธิบาย เพราะการพูดประโยคเดิมดังขึ้นอย่างเดียวอาจไม่ช่วย ลองบอกว่า “เสียงได้ยินแล้ว แต่จับคำไม่ทัน ขอพูดทีละคน แล้วหันมาทางนี้หน่อยนะ” [2], [3]
ถามซ้ำบ่อยก็เกรงใจ มีวิธีถามให้คุยต่อได้ง่ายขึ้นไหม?
มีค่ะ บอกส่วนที่ได้ยินแล้ว และขอให้ทวนเฉพาะส่วนที่พลาด เช่น “ได้ยินว่าไปวันเสาร์ แต่ชื่อร้านอะไรนะ” คนพูดจะได้ตอบตรงจุดโดยไม่ต้องเริ่มเรื่องใหม่ หากเป็นเวลา ที่อยู่ หรือรายละเอียดนัดหมาย ขอให้พิมพ์ส่งไว้ด้วยได้ จะได้เข้าใจตรงกันและกลับมาเปิดดูภายหลัง [1]
ทำไมกินข้าวเสร็จแล้วรู้สึกเหนื่อยล้า ทั้งที่แค่นั่งคุย?
ความพยายามในการฟังอาจเป็นส่วนหนึ่งของความเหนื่อยล้า โดยเฉพาะผู้มีการสูญเสียการได้ยินที่ต้องตั้งใจจับคำตลอดการสนทนา ลองเว้นช่วงคุยหรือย้ายไปบริเวณที่เงียบกว่า หากเกิดบ่อย ให้เล่าความเหนื่อยล้านี้ตอนประเมินการได้ยินด้วย อย่างไรก็ตาม อาการเหนื่อยล้ามีได้หลายสาเหตุ จึงไม่ควรสรุปว่าเกิดจากการฟังเพียงอย่างเดียว [2]
ถ้าตรวจพบว่าหูตึง ต้องใส่เครื่องช่วยฟังทุกคนไหม?
ไม่ใช่ทุกคน แนวทางดูแลขึ้นกับสาเหตุ ลักษณะการสูญเสียการได้ยิน และผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน บางกรณีต้องพบแพทย์เพื่อรักษาสาเหตุ ส่วนผู้ที่เหมาะสมที่จะได้ประโยชน์จากเครื่องช่วยฟังอาจต้องใช้ร่วมกับคำแนะนำการสื่อสารหรือการฟื้นฟูการได้ยิน หลังตรวจควรถามว่าแต่ละทางเลือกช่วยปัญหาของคุณอย่างไรและมีข้อจำกัดอะไรบ้าง [4], [6]
จู่ ๆ หูข้างหนึ่งอื้อและได้ยินเบาลง รอดูก่อนได้ไหม?
ไม่ควรรอดูอาการ ให้รีบพบแพทย์ทันที หากการได้ยินลดลงกะทันหันหรือแย่ลงอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่วัน แม้ไม่มีอาการปวดหู ก็อาจเป็นภาวะที่ต้องตรวจเร่งด่วน อย่าคิดว่าเป็นเพียงขี้หูอุดตัน และไม่ควรรอถึงวันนัดปรับเครื่องช่วยฟัง หากพบแพทย์หู คอ จมูกทันทีไม่ได้ ให้ไปโรงพยาบาลเพื่อรับการประเมินเร่งด่วน [8]
ฟังยากตรงไหน เล่าให้ Intimex ฟังได้
หากฟังไม่ชัดในร้านอาหารบ่อย ๆ หรือต้องใช้ความพยายามมากจนคุยไม่สนุกเหมือนเดิม สามารถนัดประเมินการได้ยินกับ Intimex ได้
เล่าให้ทีมฟังว่าปัญหาเกิดขึ้นตอนไหน เช่น คุยกับคนเดียวพอได้ แต่ตามไม่ทันเมื่อมีหลายคนพูด หรือใส่เครื่องช่วยฟังแล้วแต่ยังจับคำในร้านอาหารยาก หากมีผลตรวจเดิมหรือใช้เครื่องช่วยฟังอยู่แล้ว ให้นำมาด้วย
ข้อมูลจากการใช้ชีวิตจะช่วยประกอบการประเมิน เพื่อพิจารณาว่าควรดูแลด้านใดต่อ คุณอาจชวนคนที่คุยด้วยบ่อย ๆ มาร่วมพูดคุยและรับคำแนะนำด้วยได้
สอบถามและนัดประเมินการได้ยินกับ Intimex
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การดูแลและบริการของ Intimex
บทความนี้ให้คำแนะนำทั่วไป ไม่ใช้แทนการตรวจหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคล
แหล่งอ้างอิง
- ASHA. Tips for Improving Conversation in Noisy Environments. Audiology Information Series (2022).
- ASHA. Tips for Communicating With Someone Who Has Hearing Loss.
- RNID. Communication tips if you have hearing loss.
- NIDCD. Age-Related Hearing Loss (Presbycusis).
- NIDCD. Hearing Aids.
- ASHA. Hearing Aids for Adults. Practice Portal.
- Discovering the Unmet Needs of People With Difficulties Understanding Speech in Noise and a Normal or Near-Normal Audiogram. American Journal of Audiology (2020). DOI: 10.1044/2020_AJA-19-00093.
- NIDCD. Sudden Deafness.