สุขภาพการได้ยิน
เบาหวานกับการสูญเสียการได้ยิน เกี่ยวข้องกันอย่างไร และควรตรวจเมื่อไร
เผยแพร่ครั้งแรก 25 มกราคม 2024 · ปรับปรุงเนื้อหา 9 ตุลาคม 2026

เวลาตรวจสุขภาพสำหรับผู้เป็นเบาหวาน เรามักนึกถึงการตรวจตา ตรวจไต หรือดูแลแผลที่เท้า ส่วนการได้ยินอาจยังเป็นเรื่องที่ไม่เคยนึกถึง โดยเฉพาะเมื่อยังพูดคุยกับคนรอบตัวได้ตามปกติ
งานทบทวนวิจัยที่เผยแพร่ในปี 2025–2026 พบว่า ผู้เป็นเบาหวาน โดยเฉพาะเบาหวานชนิดที่ 2 มีภาวะสูญเสียการได้ยินมากกว่าผู้ไม่เป็นเบาหวาน [1–3] ข้อมูลนี้ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะต้องหูตึง แต่เป็นเหตุผลให้เราใส่ใจการได้ยินไปพร้อมกับสุขภาพด้านอื่น
การตรวจช่วยให้รู้ว่าการได้ยินเป็นอย่างไร และควรติดตามหรือดูแลอะไรบ้าง การเข้ารับการตรวจไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะต้องใช้เครื่องช่วยฟัง
ยังได้ยินเสียง แต่ทำไมฟังคำพูดไม่ค่อยชัด
บางคนเริ่มรู้สึกว่าคนรอบตัวพูดเบาลงหรือพูดไม่ชัด ทั้งที่ยังได้ยินเสียงอยู่ บางคนคุยกันสองคนในห้องเงียบได้ แต่เมื่ออยู่ในร้านอาหารหรือมีหลายคนพูดพร้อมกัน กลับจับคำพูดได้ไม่ครบ
ความเปลี่ยนแปลงอาจเกิดขึ้นทีละน้อยจนไม่ทันสังเกต ลองดูว่าช่วงนี้คุณมีอาการต่อไปนี้บ่อยขึ้นหรือไม่
- ต้องขอให้คนอื่นพูดซ้ำ
- รู้สึกว่าคนรอบตัวพูดเบาหรือพูดไม่ชัด
- ตามบทสนทนาในร้านอาหารหรือวงสนทนาไม่ทัน
- เปิดโทรทัศน์ดังจนคนในบ้านทัก
หากพบอาการเหล่านี้ ควรนัดตรวจการได้ยิน แม้ยังพูดคุยในบางสถานการณ์ได้ตามปกติ [4]
หากสังเกตว่าผู้สูงอายุในครอบครัวเริ่มฟังลำบาก ลองชวนคุยจากเหตุการณ์ที่พบ แทนการรีบบอกว่าท่านหูตึง เช่น
“ช่วงนี้เวลาคุยกันในร้านอาหาร ดูเหมือนคุณพ่อจะฟังยากขึ้น เราลองไปตรวจการได้ยินกันดีไหมครับ จะได้รู้ว่าต้องดูแลอะไรบ้าง”
เบาหวานเกี่ยวข้องกับหูได้อย่างไร
หูชั้นในอาศัยหลอดเลือดขนาดเล็กและระบบประสาทในการรับและส่งข้อมูลเสียงไปยังสมอง ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงเป็นเวลานานอาจทำให้หลอดเลือดและเส้นประสาทบริเวณนี้เสียหาย จึงเป็นคำอธิบายหนึ่งว่าเหตุใดเบาหวานจึงอาจกระทบการได้ยิน [4]
อย่างไรก็ตาม หากพบว่าการได้ยินลดลง ไม่ควรรีบสรุปว่าเกิดจากการดูแลเบาหวานไม่ดี เพราะอายุ ประวัติสัมผัสเสียงดัง โรคร่วม และปัจจัยอื่น ๆ อาจมีส่วนด้วย [1,3] การให้คำแนะนำจึงต้องพิจารณาทั้งประวัติและผลตรวจของแต่ละคน
งานวิจัยล่าสุดพบอะไร
งานวิจัยที่เผยแพร่ในปี 2025–2026 พบว่า ผู้เป็นเบาหวาน โดยเฉพาะเบาหวานชนิดที่ 2 มีปัญหาการได้ยินมากกว่าผู้ไม่เป็นเบาหวาน โดยบางการศึกษาพบว่าการได้ยินเสียงแหลมหรือเสียงความถี่สูงได้รับผลกระทบมากกว่าเสียงทุ้ม [1–3]
ข้อมูลนี้ไม่ได้หมายความว่าผู้เป็นเบาหวานทุกคนจะหูตึง หรือหากหูตึงแล้วจะต้องเกิดจากเบาหวาน เพราะอายุ การสัมผัสเสียงดัง และสุขภาพด้านอื่นก็อาจมีส่วนด้วย [1–3]
สำหรับผู้เป็นเบาหวาน สิ่งที่นำไปใช้ได้คือให้ความสำคัญกับการตรวจการได้ยิน แม้ยังรู้สึกว่าฟังได้ตามปกติ และหากเริ่มฟังคำพูดไม่ชัดหรือต้องขอให้คนอื่นพูดซ้ำบ่อยขึ้น ควรเข้ารับการประเมิน เพื่อทราบว่ามีความเปลี่ยนแปลงอะไรและควรดูแลอย่างไร [4]
เป็นเบาหวาน ควรตรวจการได้ยินเมื่อไร
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ หรือ CDC แนะนำให้ตรวจการได้ยินเมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวาน และติดตามทุกปี [4] ส่วนช่วงเวลาที่เหมาะกับแต่ละคนควรพิจารณาร่วมกับผู้ดูแลตามอาการและผลตรวจ
หากเป็นเบาหวานมาระยะหนึ่งแล้วแต่ยังไม่เคยตรวจการได้ยิน ก็สามารถเริ่มตรวจได้ ผลครั้งแรกจะใช้เปรียบเทียบกับการตรวจครั้งต่อไป
วันนัดควรนำผลตรวจการได้ยินเดิมมาด้วยหากมี พร้อมเล่าว่าสถานการณ์ใดเป็นปัญหามากที่สุด เช่น รับโทรศัพท์ไม่ชัด ฟังการประชุมลำบาก หรือต้องถามคนในบ้านซ้ำบ่อย ๆ
หากมีผลตรวจการได้ยินแล้ว ควรนำไปให้แพทย์ที่ดูแลเบาหวานด้วย เพื่อใช้ประกอบการดูแลสุขภาพและวางแผนติดตามร่วมกัน
อ่านเพิ่มเติม: ตรวจการได้ยินครั้งแรก ต้องเตรียมตัวอย่างไร
หากการได้ยินลดลงอย่างฉับพลัน ควรพบแพทย์ทันที ไม่ว่าจะเป็นข้างเดียวหรือสองข้าง และแม้ไม่มีอาการปวดหู อย่ารอวันนัดตรวจตามปกติหรือสรุปเองว่าเป็นเพราะเบาหวานหรือขี้หูอุดตัน เพราะภาวะสูญเสียการได้ยินเฉียบพลันอาจต้องรักษาอย่างเร่งด่วน [5]
คุมน้ำตาลดีแล้ว การได้ยินจะกลับมาไหม
การดูแลระดับน้ำตาลตามเป้าหมายที่ตกลงกับแพทย์ยังเป็นสิ่งสำคัญ แต่จากงานวิจัยที่อ้างอิง ยังสรุปไม่ได้ว่าการลด HbA1c หรือค่าน้ำตาลเฉลี่ยสะสม จะทำให้การได้ยินที่เสียไปกลับมาเป็นปกติ [2,4]
หากเริ่มฟังลำบาก จึงควรตรวจการได้ยินไปพร้อมกับการดูแลเบาหวาน ไม่ต้องรอให้น้ำตาลดีขึ้นก่อน
ควรหลีกเลี่ยงเสียงดัง และหากสงสัยว่ายาที่ใช้อยู่อาจมีผลต่อหู ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร ไม่หยุดหรือปรับยาเอง [4]
ถ้าตรวจพบว่าการได้ยินลดลง ต้องทำอะไรต่อ
ผู้ตรวจจะอธิบายผลให้เข้าใจก่อนว่า การได้ยินลดลงลักษณะใด มากน้อยเพียงใด และควรพบแพทย์หู คอ จมูกเพื่อตรวจเพิ่มเติมหรือไม่ จากนั้นจึงหารือเรื่องการดูแล โดยดูด้วยว่าปัญหาการได้ยินรบกวนชีวิตประจำวันอย่างไร
สำหรับผู้ที่เหมาะกับการใช้เครื่องช่วยฟัง อุปกรณ์สามารถช่วยให้เข้าใจคำพูดดีขึ้น แต่ไม่ทำให้การได้ยินกลับมาเหมือนหูปกติ การเลือกและปรับเครื่องจึงต้องอาศัยผลตรวจ ความต้องการของผู้ใช้ และการติดตามปัญหาที่พบหลังนำไปใช้จริง [6]
ก่อนตัดสินใจ คุณควรมีโอกาสสอบถามว่าแต่ละทางเลือกช่วยอะไรได้บ้าง มีข้อจำกัดอย่างไร และต้องดูแลต่อเนื่องแบบใด
ปรึกษาเรื่องการได้ยินกับ Intimex
เมื่อมาปรึกษาที่ Intimex คุณสามารถเล่าถึงช่วงเวลาที่ฟังลำบากที่สุดได้ บางคนกังวลว่าจะฟังคำแนะนำจากแพทย์ไม่ครบ บางคนอยากรับโทรศัพท์ได้สะดวกขึ้น หรือคุยกับหลานโดยไม่ต้องถามซ้ำบ่อย ๆ เรื่องเหล่านี้ช่วยให้เราเข้าใจว่าคุณต้องการความช่วยเหลือด้านใด
หากเป็นเบาหวานและยังไม่เคยตรวจการได้ยิน หรือเริ่มรู้สึกว่าฟังคำพูดไม่ชัด สามารถติดต่อ Intimex เพื่อนัดประเมินและปรึกษาแนวทางดูแล หากต้องการทราบขั้นตอนและค่าบริการก่อนนัดหมาย ทีมงานยินดีให้ข้อมูล
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเบาหวานและการได้ยิน
เป็นเบาหวานแล้วจะหูตึงทุกคนไหม
ไม่ทุกคน แม้ผู้เป็นเบาหวานจะพบปัญหาการได้ยินมากกว่าผู้ไม่เป็นเบาหวาน แต่การเป็นเบาหวานไม่ได้แปลว่าจะต้องหูตึง การตรวจจะช่วยให้ทราบว่าตอนนี้ได้ยินเป็นอย่างไร และควรดูแลอะไรบ้าง [1–3]
ยังได้ยินชัดอยู่ ต้องตรวจการได้ยินด้วยหรือ
ควรตรวจไว้ เพราะการได้ยินอาจเปลี่ยนไปทีละน้อยจนไม่ทันสังเกต CDC แนะนำให้ตรวจเมื่อทราบว่าเป็นเบาหวานและติดตามทุกปี โดยปรับช่วงเวลาตามผลตรวจและคำแนะนำของผู้ดูแล [4]
คุมน้ำตาลได้ดีแล้ว ยังมีโอกาสหูตึงไหม
ยังมีโอกาส เพราะอายุ เสียงดัง และสาเหตุอื่นอาจมีผลต่อการได้ยินด้วย หากเริ่มฟังคำพูดไม่ชัดหรือต้องถามซ้ำบ่อยขึ้น ควรตรวจการได้ยิน แม้ค่าน้ำตาลจะอยู่ในเป้าหมายแล้ว [1,4]
ถ้าตรวจแล้วพบว่าหูตึง ต้องซื้อเครื่องช่วยฟังเลยไหม
ไม่จำเป็น ต้องดูก่อนว่าการได้ยินลดลงจากอะไร มากน้อยเพียงใด และรบกวนชีวิตประจำวันแค่ไหน บางคนอาจต้องพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม หากเครื่องช่วยฟังเหมาะสม ผู้ตรวจควรอธิบายประโยชน์และข้อจำกัดก่อนตัดสินใจ [6]
ถ้าจู่ ๆ ได้ยินลดลง รอดูอาการก่อนได้ไหม
ไม่ควรรอ ให้พบแพทย์ทันที แม้ไม่มีอาการปวดหูหรือเวียนศีรษะ เพราะการสูญเสียการได้ยินอย่างฉับพลันอาจต้องได้รับการรักษาเร่งด่วน ไม่ควรสรุปเองว่าเป็นเพราะเบาหวานหรือขี้หูอุดตัน [5]
บทความนี้ให้ข้อมูลสุขภาพทั่วไป ไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านการได้ยิน
เอกสารอ้างอิง
- Kim CH, Lauritsen KL, Nguyen SA, et al. Characteristics of Hearing Loss in Type 2 Diabetes Mellitus: A Systematic Review and Meta-Analysis. Otolaryngology–Head and Neck Surgery. 2025;173(6):1317–1327. doi:10.1002/ohn.1378
- Caballero-Borrego M, Andujar-Lara I. Type 2 Diabetes Mellitus and Hearing Loss: A Prisma Systematic Review and Meta-Analysis. Otolaryngology–Head and Neck Surgery. 2025;173(5):1041–1053. doi:10.1002/ohn.1346
- Nisar M, Karatela S, Rajagopal A, Ahmed BN, Dawes P. Hearing Loss in Adults With Diabetes and Prediabetes: A Systematic Review and Meta-Analysis. Diabetes/Metabolism Research and Reviews. 2026;42(5):e70195. doi:10.1002/dmrr.70195
- Centers for Disease Control and Prevention. Hearing Loss: Diabetes. 2024.
- National Institute on Deafness and Other Communication Disorders. Sudden Deafness.
- National Institute on Deafness and Other Communication Disorders. Hearing Aids.