เดินช้าลงไม่ใช่แค่เข่าเสื่อม:
Apple Hearing Study พบการได้ยินเสื่อมลง สัมพันธ์กับความเร็วของการเดินที่ช้าลง
เวลาเห็นคุณพ่อคุณแม่หรือผู้สูงอายุในบ้านเริ่มเดินช้าลง หลายคนมักคิดถึงข้อเข่าเสื่อม กล้ามเนื้อไม่แข็งแรง หรืออายุที่มากขึ้นก่อน ซึ่งก็ไม่ผิด เพราะสิ่งเหล่านี้มีผลต่อการเดินจริง
แต่มีอีกเรื่องที่หลายครอบครัวไม่ค่อยนึกถึง คือ การได้ยิน การศึกษาจาก Apple Hearing Study พบว่า ผู้ที่มีการสูญเสียการได้ยินมากขึ้น มีแนวโน้มเดินช้าลงในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใหญ่ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ผลการศึกษานี้ไม่ได้แปลว่า “หูตึงแล้วต้องเดินช้า” หรือ “หูตึงเป็นสาเหตุเดียวของการเดินช้า” แต่ชวนให้เรามองสุขภาพของผู้สูงอายุให้ครบขึ้น เพราะการได้ยิน สมอง การทรงตัว และการเคลื่อนไหว อาจเกี่ยวโยงกันมากกว่าที่เราคิด
คำตอบสั้น ๆ
1) หูตึงทำให้เดินช้าลงหรือไม่?
คำตอบคือ : การได้ยินที่ลดลงอาจเป็นหนึ่งในหลายปัจจัยที่ทำให้ผู้สูงอายุเดินช้าลงหรือไม่มั่นใจเวลาเดิน แต่เราไม่ควรสรุปจากอาการอย่างเดียว
Apple Hearing Study วิเคราะห์ข้อมูลผู้เข้าร่วมการศึกษาจำนวน 57,183 คน และพบความเชื่อมโยงระหว่างระดับการสูญเสียการได้ยินกับความเร็วในการเดิน ยิ่งการได้ยินเสื่อมลงมาก ความเร็วในการเดินก็มีแนวโน้มลดลงตาม โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใหญ่ที่อายุ 60 ปีขึ้นไป
อย่างไรก็ตาม การเดินช้ายังเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ปวดเข่า กล้ามเนื้ออ่อนแรง สายตาไม่ดี ยาบางชนิด เบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด หรือปัญหาทางระบบประสาท ดังนั้น สิ่งที่ควรทำไม่ใช่การเดาว่าเกิดจากอะไร แต่คือการสังเกตว่ามีอาการอะไรเกิดร่วมกันบ้าง ตัวอย่างเช่น หากคุณพ่อเริ่มเดินช้าลงและบอกว่าฟังคนพูดในตลาดไม่รู้เรื่อง หรือคุณแม่เริ่มไม่อยากไปห้างเพราะรู้สึกวุ่นวายและเดินไม่มั่นใจ นั่นอาจเป็นเวลาที่ควรตรวจทั้งเรื่องการได้ยินและสุขภาพด้านอื่นร่วมกัน
2) Apple Hearing Study คืออะไร?
คำตอบคือ : Apple Hearing Study เป็นโครงการวิจัยขนาดใหญ่ที่ Apple ทำร่วมกับ University of Michigan เพื่อศึกษาว่าพฤติกรรมการฟังและเสียงที่เราเจอในชีวิตประจำวันว่ามีผลต่อสุขภาพการได้ยินอย่างไร
โครงการนี้เปิดให้ผู้เข้าร่วมผ่านแอป Apple Research เลือกแบ่งปันข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการได้ยินและพฤติกรรมสุขภาพในชีวิตประจำวัน ทำให้นักวิจัยได้เห็นข้อมูลจากคนจำนวนมากในสถานการณ์จริง ไม่ได้ดูเฉพาะตอนเข้าห้องตรวจการได้ยิน
ในการวิเคราะห์เรื่องการได้ยินและการเดิน นักวิจัยใช้ข้อมูลจากผู้เข้าร่วม 57,183 คนที่มีทั้งข้อมูลด้านการได้ยินและข้อมูลความเร็วการเดินจาก iPhone แล้วพบว่า ผู้ที่มีการได้ยินเสื่อมลงมากขึ้น มีแนวโน้มเดินช้าลง ข้อดีของข้อมูลลักษณะนี้ คือช่วยให้เห็นภาพการเดินในวันปกติของคนเรา ไม่ใช่การให้เดินทดสอบแค่ครั้งเดียวในคลินิก แต่ก็มีข้อจำกัดเช่นกัน เพราะเป็นการดู “ความสัมพันธ์” ของข้อมูล ไม่ได้พิสูจน์ว่าปัญหาการได้ยินเป็นสาเหตุโดยตรงของการเดินช้า
Apple Hearing Study ใช้ iPhone ดูข้อมูลการเดินได้อย่างไร?
3) การสูญเสียการได้ยินกับความเหงาในผู้สูงอายุเกี่ยวข้องกันอย่างไร?
ตอบ : การสูญเสียการได้ยินกับความเหงาในผู้สูงอายุมักเกิดขึ้นควบคู่กัน เพราะเมื่อได้ยินไม่ชัด ผู้สูงอายุจะรู้สึกว่าตามบทสนทนาไม่ทัน พอคุยแล้วเหนื่อยก็เริ่มพูดน้อยลง และหลีกเลี่ยงการเจอผู้คนมากขึ้นทีละน้อย แม้อยู่ในบ้านเดียวกันก็อาจเลือกนั่งเงียบอยู่มุมหนึ่ง ทำให้ความรู้สึก “โดดเดี่ยว” เพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัวครอบครัวและสังคม
คืนความเป็นอิสระ: ผู้สูงอายุมั่นใจที่จะทำกิจกรรมต่างๆ ด้วยตนเอง ไม่ต้องคอยพึ่งพาผู้อื่น
กระตุ้นการทำงานของสมอง: เมื่อสมองประมวลผลและรับรู้เสียงได้ดีขึ้น จะช่วยให้รู้สึกเชื่อมต่อกับโลกภายนอก ส่งผลดีทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต
เพิ่มความปลอดภัย: สามารถได้ยินเสียงเตือนที่สำคัญ เช่น สัญญาณเตือนภัย กริ่งประตู หรือเสียงรถบนถนน ช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ
4) ทำไมคนที่ได้ยินไม่ชัดจึงมักไม่อยากเข้าสังคม?
ตอบ :
เมื่อการได้ยินลดลง ผู้สูงอายุมักต้องใช้ความพยายามมากขึ้นในการฟังและทำความเข้าใจบทสนทนา โดยเฉพาะในที่ที่มีเสียงรบกวน เช่น ร้านอาหาร ห้าง หรืองานเลี้ยงที่คนพูดพร้อมกันหลายคน สมองจึงแบกรับภาระในการประมวลผลสูงจนเกิด “ความเหนื่อยล้าจากการฟัง” และทำให้หลายคนเริ่มหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ต้องใช้การฟังมาก
เมื่อเลี่ยงบ่อยเข้า ก็อาจนำไปสู่การแยกตัวออกจากกิจกรรมทางสังคม รู้สึกถูกตัดขาดจากผู้อื่น และเพิ่มความเสี่ยงต่อความเหงาและภาวะซึมเศร้า หลายงานวิจัยจึงเริ่มพูดถึงประเด็น “หูตึงผู้สูงอายุกับภาวะซึมเศร้า” ว่าเป็นปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม เพราะสัมพันธ์กับความเหงา การแยกตัว และคุณภาพชีวิตที่แย่ลงได้
5) การได้ยินที่ดีช่วยให้การสื่อสาร การเข้าสังคม และคุณภาพชีวิตดีขึ้นอย่างไร?
ตอบ :
การได้ยินที่ดีช่วยให้การสื่อสาร การเข้าสังคม และคุณภาพชีวิตดีขึ้นอย่างชัดเจน เพราะเมื่อฟังได้ชัด เราสามารถพูดคุยโต้ตอบได้เป็นธรรมชาติ ไม่ต้องเดา ไม่ต้องขอให้พูดซ้ำบ่อยๆ ทำให้รู้สึกมั่นใจมากขึ้น กล้าเข้าสังคม และยังสนุกกับกิจกรรมที่เคยชอบ เช่น ทานข้าวกับครอบครัว เข้ากลุ่มทำกิจกรรม หรือพบเพื่อนเก่าในโอกาสต่างๆ ได้อย่างเต็มที่
6) การดูแลการได้ยินที่ดีควรเป็นระบบดูแลครบวงจร ไม่ใช่เพียงการซื้อเครื่องช่วยฟัง หมายความว่าอย่างไร?
ตอบ :
การดูแลการได้ยินที่ดีควรเป็นระบบดูแลครบวงจร ไม่ใช่เพียงการซื้อเครื่องช่วยฟังแล้วจบ แต่ควรประกอบด้วยการตรวจการได้ยินอย่างละเอียด การอธิบายผลให้เข้าใจ การเลือกแนวทางหรือรูปแบบอุปกรณ์ที่เหมาะกับการใช้ชีวิตของแต่ละท่าน การฟิตและปรับตั้งเครื่องช่วยฟังให้ตรงกับระดับการได้ยินจริง รวมถึงการติดตามผลและปรับจูนอย่างต่อเนื่อง ระบบดูแลครบวงจรแบบนี้จะช่วยให้ผู้สูงอายุได้ประโยชน์สูงสุดจากการฟื้นฟูการได้ยิน ทั้งด้านการสื่อสาร การเข้าสังคม และคุณภาพชีวิตโดยรวม ไม่ใช่แค่ “มีอุปกรณ์” แต่ใช้ไม่ได้จริงในชีวิตประจำวัน
7) ถ้าผู้สูงอายุเริ่มมีการสูญเสียการได้ยิน ควรทำอย่างไรเพื่อลดความเสี่ยงความเหงาและภาวะซึมเศร้า?
ตอบ :
เมื่อเริ่มมีการสูญเสียการได้ยิน สิ่งสำคัญคือไม่ควรปล่อยผ่านหรือคิดว่า “แก่แล้วเป็นเรื่องธรรมดา” เพราะการสูญเสียการได้ยินสัมพันธ์กับความเหงา การแยกตัวจากสังคม และภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุ การพาผู้สูงอายุมา ตรวจการได้ยิน อย่างละเอียด ฟังคำอธิบายจากผู้เชี่ยวชาญ และเริ่มวางแผนฟื้นฟูการได้ยิน จะช่วยให้ท่านกลับมาสื่อสารได้ดีขึ้น กล้าเข้าสังคมมากขึ้น และลดโอกาสเกิดความเหงาและภาวะซึมเศร้าในระยะยาว
8) ทำไมหูตึงในผู้สูงอายุจึงทำให้เกิดความเหงาและซึมเศร้า?
ตอบ :
หูตึงในผู้สูงอายุกับภาวะซึมเศร้าเป็นเรื่องที่ควรใส่ใจ เพราะเมื่อสื่อสารลำบาก รู้สึกเข้าใจคนอื่นน้อยลง และถูกเข้าใจผิดบ่อยๆ ผู้สูงอายุอาจรู้สึกว่าตนเองเป็นภาระและไม่มีคุณค่าเท่าเดิม ความรู้สึกเหล่านี้สะสมร่วมกับความเหงาและการแยกตัวทางสังคม จนเพิ่มโอกาสเกิดภาวะซึมเศร้าได้มากกว่าผู้ที่ได้ยินปกติหรือได้รับการฟื้นฟูการได้ยินอย่างเหมาะสม
9) ควรตรวจการได้ยินเมื่อไร?
ตอบ :
ควรเริ่มตรวจเมื่อเริ่มมีสัญญาณเตือน เช่น ฟังคนพูดไม่ชัด โดยเฉพาะเวลามีเสียงรบกวน ต้องขอให้พูดซ้ำบ่อย เปิดทีวีดังขึ้น หรือรู้สึกว่า “ฟังคนอื่นยากขึ้นกว่าเมื่อก่อน” การเริ่มดูแลตั้งแต่ระยะเริ่มต้นมักช่วยรักษาคุณภาพชีวิตและการสื่อสารไว้ได้ดีกว่า
10) การดูแลการได้ยินที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร ?
ตอบ :
การดูแลการได้ยินที่ดีควรเป็นระบบดูแลครบวงจร ไม่ใช่เพียงการซื้อเครื่องช่วยฟัง โดยมีองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้ผลลัพธ์ด้านคุณภาพชีวิตดีขึ้นอย่างชัดเจน ได้แก่
- การตรวจการได้ยินอย่างละเอียด
- การอธิบายผลตรวจให้เข้าใจ และให้คำแนะนำ
- การเลือกเครื่องช่วยฟังให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์และงบประมาณของแต่ละท่าน
- การปรับตั้งเสียงแบบเฉพาะบุคคล เหมาะกับการใช้งานจริง
- ติดตามผลและปรับเสียงอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่จบแค่วันที่รับเครื่องกลับบ้าน
ทำไมการได้ยินดีถึงช่วยให้คุณอายุยืนอย่างมีคุณภาพ
การได้ยินที่ดีเกี่ยวข้องโดยตรงกับการสื่อสาร สุขภาพจิต การมีส่วนร่วมทางสังคม และอาจมีบทบาทต่อสุขภาพสมองในระยะยาว การดูแลการได้ยินตั้งแต่เนิ่นๆ จึงไม่ใช่แค่เรื่อง “ฟังให้ชัดขึ้น” แต่คือการดูแลคุณภาพชีวิตโดยรวมของเราในทุกวัน
การได้ยินที่ดีไม่เพียงทำให้ได้ยินเสียงชัดขึ้น แต่ยังช่วยให้เราใช้ชีวิตประจำวันได้มั่นใจขึ้น รู้สึกเป็นตัวของตัวเองในทุกบทสนทนา และวันนี้ยังมีงานวิจัยเพิ่มมากขึ้นที่บ่งชี้ว่า การดูแลการได้ยินอย่างเหมาะสมอาจช่วยสนับสนุนสุขภาพสมองในบางกลุ่มได้ด้วย
ทำไมการได้ยินจึงเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่หลายคนคิด
หลายคนมองว่าการได้ยินลดลงเป็นเรื่องธรรมดาของวัย จึงค่อยๆ ปรับตัวด้วยการขอฟังซ้ำ เปิดทีวีดังขึ้น หรือเลี่ยงสถานที่ที่เสียงดัง แต่ในความเป็นจริง การได้ยินส่งผลต่อคุณภาพชีวิตมากกว่านั้น เพราะเมื่อฟังไม่ชัด เรามักเริ่มเหนื่อยกับการคุย เงียบลงในวงสนทนา และค่อยๆ ถอนตัวจากกิจกรรมที่เคยทำด้วยความสุขโดยไม่รู้ตัว สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่แค่ “ไม่ได้ยิน” แต่คือ “ฟังไม่ครบ” เมื่อสมองต้องคอยเดาคำ เติมคำ และพยายามตามบทสนทนาให้ทันอยู่ตลอดเวลา สุดท้ายการเข้าสังคมที่เคยเป็นเรื่องสนุก อาจกลายเป็นสิ่งที่รู้สึกเหนื่อยเกินไปสำหรับหลายคน
การได้ยินเกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตอย่างไร ?
1) ช่วยให้การสื่อสารในทุกวันง่ายขึ้น
เมื่อเราได้ยินชัดขึ้น การคุยกับคู่ชีวิต ลูกหลาน เพื่อน หรือเพื่อนร่วมงานจะลื่นไหลและเป็นธรรมชาติมากขึ้น ไม่ต้องขอให้เขาพูดซ้ำบ่อยๆ ไม่ต้องเดา และไม่ต้องคอยกังวลว่าตัวเองฟังผิดหรือเผลอตอบไม่ตรงคำถาม การสื่อสารที่ดีทำให้เข้าใจกันง่ายขึ้น ลดทั้งความหงุดหงิดและความเข้าใจคลาดเคลื่อนในครอบครัว
2) ช่วยลดความเหนื่อยล้าจากการฟัง
หลายคนที่ได้ยินไม่ชัดเล่าว่า “แค่ฟังคนคุยกันก็รู้สึกเหนื่อยแล้ว” เพราะสมองต้องพยายามจับคำ พยายามเดาว่าอีกฝ่ายพูดอะไร โดยเฉพาะเวลาอยู่ในที่ที่มีเสียงดังหรือคนพูดพร้อมกันหลายคน การดูแลการได้ยินให้เหมาะสมช่วยให้การฟังในสถานการณ์จริงสบายขึ้น รู้สึกว่าใช้พลังน้อยลงกับการฟัง และเหลือพลังไปใช้กับกิจกรรมอย่างอื่นในแต่ละวัน
3) ช่วยลดความเหงาและการแยกตัวจากสังคม
เมื่อการฟังกลายเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความพยายามมาก หลายคนเริ่มไม่อยากออกไปเจอผู้คน ไม่ค่อยอยากเข้าร่วมกิจกรรม หรือหลีกเลี่ยงการคุยในกลุ่มใหญ่ จนค่อยๆ รู้สึกเหงาและโดดเดี่ยวมากขึ้น งานวิจัยจำนวนหนึ่งชี้ว่า “หูตึงผู้สูงอายุกับภาวะซึมเศร้า” มักเกี่ยวข้องกันอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มที่ไม่ได้รับการฟื้นฟูการได้ยินอย่างเหมาะสม การฟื้นฟูการได้ยินจึงไม่ใช่แค่เรื่อง “ฟังให้รู้เรื่อง” แต่เกี่ยวข้องกับหัวใจและความรู้สึกของเจ้าตัว รวมถึงบรรยากาศในครอบครัวด้วย
4) อาจช่วยดูแลสุขภาพสมองในระยะยาว
นอกจากปัจจัยเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อมที่เรารู้จักกันดีอยู่แล้ว เช่น การไม่ค่อยได้ขยับตัว ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือภาวะซึมเศร้า ปัจจุบัน “การสูญเสียการได้ยิน” ก็ถูกพูดถึงมากขึ้นว่าอาจมีผลต่อสุขภาพสมองในระยะยาวด้วย
งานวิจัย ACHIEVE ซึ่งติดตามผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงสมองเสื่อมสูง พบว่า ผู้ที่ได้รับการดูแลฟื้นฟูการได้ยินแบบครบวงจรร่วมกับการใส่เครื่องช่วยฟัง มีการเสื่อมของความคิดและความจำช้าลงราว 48% ภายใน 3 ปี เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับเพียงคำแนะนำด้านสุขภาพทั่วไป แม้ผลการศึกษายังไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของการป้องกันสมองเสื่อม แต่ก็เป็นสัญญาณที่ดีว่า การดูแลการได้ยินอาจเป็นหนึ่งในตัวช่วยสำคัญสำหรับสมองในระยะยาว โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีปัจจัยเสี่ยงอยู่แล้ว
5) อาจช่วยให้สุขภาพโดยรวมดียิ่งขึ้น
มีงานวิจัยเชิงสังเกตในต่างประเทศที่พบว่า ผู้ใหญ่ที่มีปัญหาการได้ยินและใช้เครื่องช่วยฟังอย่างสม่ำเสมอ มีความเสี่ยงเสียชีวิตต่ำกว่าผู้ที่ไม่เคยใช้เครื่องช่วยฟัง แม้งานวิจัยประเภทนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้เต็มร้อยว่าเป็น “เหตุและผลโดยตรง” แต่ก็ช่วยตอกย้ำแนวคิดสำคัญว่า การได้ยินที่ดีส่งผลต่อภาพรวมของสุขภาพ การเคลื่อนไหว ความกระฉับกระเฉง และคุณภาพชีวิตในระยะยาว พูดง่ายๆ คือ ไม่ได้หมายถึงการมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงการที่เรา “ใช้ชีวิตในปีเหล่านั้นได้ดีขึ้น” ยังคุยกับคนที่เรารักได้อย่างเต็มที่ ยังมีส่วนร่วมกับครอบครัว ออกไปใช้ชีวิตนอกบ้าน ทำกิจกรรมที่ชอบ และยังรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของโลกใบเดิม
สิ่งที่หลายคนไม่รู้ ปัญหาการได้ยินอาจค่อยๆ เปลี่ยนชีวิตของคนทั้งบ้าน
ในหลายครอบครัว คนที่เริ่มได้ยินไม่ชัดมักไม่ได้บอกตรงๆ ว่าตัวเองมีปัญหา แต่จะเริ่ม “ส่งสัญญาณเงียบๆ” เช่น พูดน้อยลง ไม่ค่อยร่วมวงคุย ไม่อยากไปงานสังสรรค์ หรือหลีกเลี่ยงการคุยโทรศัพท์ ในมุมของคนในบ้าน เรื่องนี้อาจถูกเข้าใจผิดได้ง่าย บางคนอาจคิดว่าผู้ใหญ่ในบ้านไม่ค่อยสนใจบทสนทนา เงียบลง หรือหงุดหงิดง่ายขึ้น ทั้งที่ต้นเหตุจริงๆ อาจมาจากความเหนื่อยล้าจากการฟังและความไม่มั่นใจในการสื่อสาร เมื่อมองแบบนี้จะเห็นว่าการดูแลการได้ยิน ไม่ใช่แค่การดูแล “หู” ของคนหนึ่งคน แต่คือการดูแลความเข้าใจและความอบอุ่นของคนทั้งบ้าน
การดูแลการได้ยินที่ดี ไม่ควรจบแค่การซื้อเครื่องช่วยฟัง
ผลลัพธ์ที่ดีไม่ได้มาจากการมีเครื่องช่วยฟังเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการดูแลแบบครบกระบวนการ ได้แก่
• การตรวจการได้ยินอย่างละเอียด
• การอธิบายผลการตรวจให้เข้าใจง่าย
• การเลือกแนวทางหรือรูปแบบอุปกรณ์ที่เหมาะกับชีวิตจริงของแต่ละคน
• การปรับเสียงแบบรายบุคคล
• การติดตามผลหลังเริ่มใช้อย่างสม่ำเสมอ
แนวคิดนี้สอดคล้องกับหลักฐานด้านคุณภาพชีวิตที่ชี้ว่า “การดูแลฟื้นฟูการได้ยินแบบครบวงจร” ที่มีคุณภาพ ต้องเป็นการดูแลที่มากกว่าการใส่เครื่องช่วยฟัง แต่รวมถึงการประเมิน การเลือก และการปรับตั้งอุปกรณ์ให้เหมาะกับแต่ละคน ตลอดจนการติดตามผลอย่างต่อเนื่องไปพร้อมกัน
ที่ Intimex เราเชื่อว่า “การได้ยินที่ดี” ไม่ใช่แค่เรื่องของการฟังเสียง “ให้ดังขึ้น” แต่คือการช่วยให้ “คุณใช้ชีวิตที่มีคุณภาพได้ดีขึ้นจริง”
- ให้คุณได้กลับไปใช้ชีวิตอย่างมั่นใจอีกครั้ง
- ให้คุณสนุกกับมื้ออาหารและบทสนทนาบนโต๊ะเดียวกัน
- ให้คุณออกไปใช้ชีวิต เจอเพื่อน และทำกิจกรรมที่ชอบและยังรักษาคุณภาพชีวิตที่ดีไว้ได้นานที่สุด
เพราะเป้าหมายที่ดี ไม่ใช่เพียง “ได้ยิน”แต่คือ “การใช้ชีวิตได้อย่างเต็มคุณภาพ”
ติดต่อ ผ่านระบบ Social และ โทรศัพท์
ผลิตภัณฑ์เครื่องช่วยฟัง (Hearing Aid)
เลือกเครื่องช่วยฟังตามไลฟ์สไตล์ของคุณ
ESSENTIAL LIFESTYLE
เครื่องช่วยฟังสำหรับ
ชีวิตที่เรียบง่าย- ALPHA 1
- VIRON 3
- VIRON 1
- ZERENA 3
- ZERENA 1
-
WORKING LIFESTYLE
เครื่องช่วยฟังสำหรับ
ชีวิตแบบไม่หยุดนิ่ง- ALPHA 5
- ALPHA 3
- VIRON 7
- VIRON 5
- ZERENA 7
- ZERENA 5
ACTIVE
LIFESTYLE
เครื่องช่วยฟังสำหรับ
สำหรับชีวิตที่มีสีสัน- VIRON 9
- ZERENA 9
-
-
-
-
PREMIUM
LIFESTYLE
เครื่องช่วยฟังสำหรับ
ชีวิตที่เหนือระดับ- Encanta 400
- ALPHA 9
-
-
-
-
รีวิว เครื่องช่วยฟัง
โพสต์บน Google Phinsa SattasiriTrustindex ตรวจสอบว่าแหล่งที่มาดั้งเดิมของรีวิวคือ Google Believe you get what you pay.โพสต์บน Google Fddxf FggftTrustindex ตรวจสอบว่าแหล่งที่มาดั้งเดิมของรีวิวคือ Google วันนี้ได้พาญาติเข้ามารับบริการที่ศูนย์เครื่องช่วยฟังอินทิเม็กซ์ ทางศูนย์มีการอำนวยความสะดวกตั้งแต่ที่จอดรถและมีรถเข็นสำหรับผู้ป่วยให้บริการ รวมถึงมีบริการเครื่องดื่มและของว่างระหว่างรอเช็คล้างทำความสะอาดเครื่องด้วยโพสต์บน Google SabrinaTrustindex ตรวจสอบว่าแหล่งที่มาดั้งเดิมของรีวิวคือ Google thank you doctor Anish! it’s so nice to have an english speaking doctor taking care of me today, and everyone is super kind and the atmosphere is calm and gentle. while you wait there are also free cookies and beverages if you want!โพสต์บน Google Aunchalee Wang.Trustindex ตรวจสอบว่าแหล่งที่มาดั้งเดิมของรีวิวคือ Google ศูนย์บริการดีมาก ผลิตภัณฑ์เครื่องช่วยฟังมีประสิทธิภาพมาก คุณพ่อคุณแม่ใช้มาหลายที่ ของที่นี่ใส่แล้วสบาย ไม่รำคาญ รับเสียงชัดเจน เจ้าหน้าที่บริการดีมาก ตรวจอย่างละเอียดให้คำแนะนำอย่างชัดเจนทุกขั้นตอน หลังบริการติดตามผลและแจ้งเตือนให้มาใช้บริการทุกครั้ง สถานที่จอดรถสบาย มีบริการเครื่องดื่ม และของว่างระหว่างรอ พนักงานทุกท่านยิ้มแย้มแจ่มใสเป็นกันเอง ให้บริการยอดเยี่ยมทุกจุดค่ะ … 🌸โพสต์บน Google kanapakTrustindex ตรวจสอบว่าแหล่งที่มาดั้งเดิมของรีวิวคือ Google เครื่องช่วยฟังยี่ห้ออินทิเม็กซ์เป็นเครื่องช่วยฟังที่ทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวดีขึ้นค่ะโพสต์บน Google Nattacha ChokwattananuwatTrustindex ตรวจสอบว่าแหล่งที่มาดั้งเดิมของรีวิวคือ Google ศูนย์บริการเครื่องช่วยฟังที่บริการครบวงจรและใส่ใจผู้ที่มีปัญหาการได้ยินอย่างดี รวมถึงมีบริการเครื่องดื่มและขนมฟรีตอนนั่งรอล้างเครื่องทุกครั้ง อีกทั้งพนักงานบริการจอดรถช่วยบอกเข้าที่จอดรถและออกทุกครั้ง ดีมากๆค่ะ ขอบคุณค่ะโพสต์บน Google พรโรจน์ ชื่นชวลิตTrustindex ตรวจสอบว่าแหล่งที่มาดั้งเดิมของรีวิวคือ Google บริการดีมากโหลดเพิ่ม
"ดิฉันได้แนะนำเพื่อนๆ หลยคนให้มาที่นี่เพื่อรับบริการที่ถูกต้องเพราะเขาไม่ทิ้งคนไข้เลย ดิฉันขอพูดได้แค่นี้แล้วกัน ว่า ประทับใจ"